วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

ตลาดร้อยปีสามชุก



ตลาดร้อยปีสามชุก


การเดินทาง สู่ตลาดสามชุก จากกรุงเทพฯ ผ่าน อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี ไปจนถึงตัว จ.สุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 107 กม. จากนั้นไปตามหลวงหมายเลข 340 แยกเข้า อ. สามชุก ตัวตลาดอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุ


ตลาดสามชุก เป็นตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เมื่อถนนคือ เส้นทางจราจรทางบกที่เข้ามาแทนที่การเดินทางทางน้ำ ทำให้คนหันหลังให้กับแม่น้ำท่าจีน ความสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าริมน้ำเริ่มลดลง บรรยากาศการค้าขายในตลาดสามชุกก็เริ่มซบเซา และเมื่อต้องแข่งขันกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดภายนอก ทำให้ร้านค้าภายในตลาดต้องหาทางปรับตัว และเมื่อราชพัสดุ เจ้าของที่ดินที่ชาวบ้านเช่าที่ดินมายาวนาน ดำริจะรื้ออาคารตลาดเก่า สร้างตลาดใหม่ จึงทำให้ชาวบ้านพ่อค้าที่อยู่ในตลาดสามชุก ครูอาจารย์ที่เห็นคุณค่าตลาดเก่า รวมตัวเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ระดมความคิด หาทางอนุรักษ์ตลาดและที่อยู่ของตนไว้ และหาทางฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร้านค้าในตลาดมีประมาณ 300 ร้าน เจ้าของร้าน 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวตลาดสามชุก อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นชุมชนรอบข้าง ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนถิ่นอื่นเข้ามาร่วมทำมาหากิน

เดินเข้ามาในตลาดเรื่อยๆ บรรยากาศก็จะเป็นแบบตลาดเก่า มีข้าวของเก่าๆ แต่ยังคงสภาพดี ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันแล้ว อย่างเช่น ของเล่นไขลาน โมเดลเครื่องบิน ตุ๊กตาไม้ไผ่เป็นรูปต่างๆ มาวางขายและให้ได้ชมกัน แต่หลักๆก็คือ ของกิน เพราะของกินเยอะมาก เดินเข้ามาในตลาดเนี่ยมีแต่ของน่ากิน น่าทานทั้งนั้น เห็นทีน้ำหนักจะเพิ่มก็คราวนี้ล่ะ ที่แรกที่หมูหินต้องแวะชิม แวะถามก็เพราะสายตามันไปสะดุดกับป้ายที่เค้าเขียนว่า “ลูกลานลอยแก้ว” ด้วยความงงและสงสัยก็เลยเข้าไปถามว่ามันคืออะไร ได้ความว่าเป็น ลูกของต้นลาน (ต้นไม้ที่ใช้ใบมาทำพัด เรียกว่าใบลาน) 40-50 ปีจะออกลูกครั้งนึง พอออกลูกมาแล้วต้นก็จะตาย โอ้โห! หากินยากแบบนี้มีหรือจะพลาด ต้องลองชิม รสชาติก็จะคล้ายๆกับลูกตาล แต่จะนุ่มแล้วก็ร่วนกว่า อร่อยทีเดียวครับ

มีร้านกาแฟท่ารือส่ง “ศิวะนันต์พานิช” ที่บรรยากาศเทียบได้กับสภากาแฟในสมัยก่อน เพราะยังมีคนมานั่งจิบกาแฟและพูดคุยกัน ร้านนี้ถือว่าเป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุย ของชาวตลาดก็ว่าได้ ร้านกาแฟท่าเรือส่งนี้เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2508 ขายตั้งแต่ราคาสามสตางค์ ห้าสตางค์ ตอนนี้ราคา 7-10 บาทแล้ว เปิดร้านกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น วันหนึ่งๆ เปลี่ยนคนชงสามกะผลัดกันดูแลร้าน เรียกได้ว่าเป็นร้านกาแฟคู่ตลาดสามชุกจริงๆ



ข้างๆร้านกาแฟก็จะมีร้านขายขนมไทย เช่น บัวลอยไข่หวาน กล้วยบวชชี ฝักทองแกงบวช เต้าส่วน สาคูเปียกข้าวโพด และอื่นๆอีกหลายอย่าง แต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้น

ข้าวห่อใบบัว เป็นลักษณะคล้ายข้าวคลุกกะปิโดยมีเครื่องเคียงเยอะมาก เช่น ไข่แดง กุนเชียง หมูหวาน เป็นต้น พร้อมกับมีน้ำจิ้ม ราคาเพียง 25บาทเท่านั้น ได้เยอะมาก
ห่อหมกยกหม้อ เป็นเหมือนห่อหมกทั่วไปแต่แตกต่างจากที่อื่นตรงที่ใช้หม้อดินแทนใบตอง ซึ่งเป็นการสร้างความเด่นให้กับตัวสินค้า และน่าลองชิมมาก ราคา 25 บาท

ลูกชิ้นยักษ์ ที่ไม่สามารถหากินที่ไหนได้ บอกตรงๆเนื้อล้วนๆ รับประกันความแปลกเลย ราคาอยู่ที่กิโลละ 100 บาท มีแบ่งขายด้วย และมีหลายขนาด สามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบเล

อีกแห่งหนึ่งในตลาดสามชุกที่น่าแวะชมก็คือ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ ซึ่งยังคงสภาพเป็นบ้านและปรับปรุงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บของโบราณ มีทั้งตู้เย็น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ถ้วย ชามลายคราม ไว้ให้สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมเพื่อศึกษาหาความรู้

ประวัติขุนจำนง จีนารักษ์ ขุนจำนงจีนารักษ์ นามเดิมว่า หุย แซ่เฮง เป็นคนจีนเกิดใน ประเทศไทย ใกล้วัดโพธิ์คอย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ประกอบอาชีพค้าขาย มีโรงเหล้า และโรงยาฝิ่น เมื่อเยาว์วัยศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีน กลับมาเมืองไทยเมื่ออายุ 20 กว่าปี ต่อมาได้สมรสกับคุณกุ้ยเอง แซ่เจ็ง เป็นคน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี มีบุตรธิดา 3 ต่อมาได้เช่าที่ราชพัสดุปลูกบ้าน 3 ชั้น (คอนกรีตเสริมเหล็ก)ใน พ.ศ.2459 กิจการค้าขายของท่านเจริญรุ่งเรืองไปถึง 6 อำเภอ ท่านจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ประกอบกับท่านเป็นคนดีมีเมตตา ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก จึงได้เป็นผู้นำชุมชน คุณงามความดีของท่าน ทำให้ท่านได้รับบรรดาศักดิ์ เป็น ขุนจำนงจีนารักษ์ ตำแหน่งกรรมการพิเศษจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการสูบฝิ่น ท่านจึงหันมาทำสวนทำไร่ และเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2517 รวมอายุได้ 83 ปี บ้านของท่านในส่วนของ คุณเคียวยี้ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนาย โต้วซ้ง จีนารักษ์ อนุญาติให้คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยใช้ชื่อ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนง จีนารักษ์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บของโบราณ สำหรับผู้ที่สนใจเข้า ชมเพื่อศึกษาหาความรู้มาจนถึงปัจจุบันนี้






ตลาดร้อยปีสามชุก คือ ตลาดที่มีชีวิตชีวาของผู้คนในตลาด รวมไปถึงความมีมนต์ขลังและสภาพความเป็นตลาดเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าแวะมาเยี่ยมชม มาเที่ยวซื้อของ และศึกษาวัฒนธรรมเก่าๆ รับรองว่าถ้ามาถึงที่ตลาดสามชุกแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆครับ



บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว

ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว


แทรเวล เอเจนซี่ (Travel agency)
ผู้เชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ความหมายของแทรเวลเอเจนซี่ไว้ ดังนี้

olde tyme travel agency After helping kill the small travel agency, Orbitz wants to bring it back (sorta)



แทรเวลเอเจนซี่ หมายถึงธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้ขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวแทนผู้ประกอบการธุรกิจ เช่น สายการบิน สายการเดินเรือ บริษัทรถไฟ และสถานที่พักแรม
Travel agency: business that helps the public with their travel plans and needs.
(Mancini, 2005:7)

บทบาทหน้าที่ของแทรเวลเอเจนซี่

1) จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
2) ทำการจอง
3) รับชำระเงิน
4) ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5) ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6) ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
7) ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ

1. จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
แทรเวลเอเจนซี่มีหน้าที่จัดหาราคาต่างๆเช่นค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ราคาห้องพักของโรงแรม ราคารถเช่า ราคาทัวร์แบบเหมาจ่าย ราคาค่ารถไฟหรือรถประจำทาง ค่าประกันภัยเป็นต้น

2. ทำการจอง
หน้าที่ลำดับที่สองคือ ทำการจอง โดยทั่วไปการจองบัตรโดยสารเครื่องบินจะเกี่ยวข้องกับการวางแผนเส้นทางการบินและการต่อเครื่องบินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในการจองบัตรโดยสารเครื่องบินแทรเวลเอเจนซี่ต้องการข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้
2.1 จำนวนผู้โดยสารพร้อมชื่อและนามสกุล
2.2 เบอร์โทรศัพท์
2.3 ที่อยู่ทางไปรษณีย์
2.4 ชื่อผู้จอง
2.5 ข้อมูลความต้องการบริการพิเศษ
2.6 วันที่ออกบัตรโดยสาร
2.7 รูปแบบการชำระเงิน


3. รับชำระเงิน
แทรเวลเอเจนซี่ ที่ได้รับการรองรับจาก arc จะได้รับอนุญาติให้รับชำระเงินค่าบัตรโดยสารได้ทุก ๆ สัปดาห์ แทรเวลเอเจนซี่จะต้องส่งรายงานให้กับ arc เกี่ยวกับจำนวนบัตรโดยสารที่ขายและจำนวนเงินที่ได้รับจากการขายรายได้จากการขายบัตรโดยสารจะต้องนำเข้าบัญชีพิเศษที่เรียกว่า settlement account
1) ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
แทรเวลเอเจนซี่มีหน้าที่จัดส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางอย่างไรก็ตามโดยทั่วไปลูกค้าส่วนใหญ่มักจะไปรับบัตรโดยสารเอง
2) ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
แทรเวลเอเจนซี่ส่วนใหญ่มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆนอกเหนือจากการขายบัตรโดยสารเครื่องบิน สินค้าและบริการเหล่านั้นได้แก่
· ทัวร์แบบเหมาจ่าย(package tours)
· เรือสำราญ(cruises)
· โรงแรม(hotel)
· ค่าเช่ารถ(car rentals)
· ค่าทัศนาจร(sight-seeing excursions)
· ค่าโดยสารรถประจำทาง(bus transportation)
· ค่าประกันภัยในการเดินทาง(travel insurance)
· settleากการขายบัตรโดยสารจะต้องนำเข้าบัญชีพิเศษที่เรียกว่า์แทรเวลเอเจนซี่จะต้องๆดังนี้
· ส้นทางการบินและการต่อเครื่องบินจากจุดหค่าโดยสารรถไฟ(rail transportation)


6.ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
แทรเวลเอเจนซี่ ที่ไม่ได้เน้นการขายบัตรโดยสารเครื่องบินอาจไม่สามรถออกบัตรโดยสารเอง แต่จะซื้อบัตรโดยสารจากเอเจนซี่อื่น หรือจากสายการบิน


7.ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ
ในสหรัฐอเมริกาการจะขายบัตรโดยสารเครื่องบินได้นั้นแทรเวลเอเจนซี่จะได้รับการรับรองจาก arc และการบัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองจาก IATA ในการที่จะได้รับการรับรองเอเจนซี่ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1) มีผู้จัดการที่ทำงานเต็มเวลา ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่arcต้องการ
2) จะต้องมีพนักงานอย่างน้อย 1คนที่มีประสบการณ์ในการออกบัตรโดยสารมาแล้วอย่างน้อย1ปีในช่วง เวลา3ปีที่ผ่านมา
3) จะต้องมีเงินประกัน หรือจดหมายรับรองสถานภาพการเงินซึ่งตรงตามเงื่อนไขของ ARC


ประโยชน์ของการใช้บริการของแทรเวลเอเจนซี่

· แทรเวลเอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและการวางแผนท่องเที่ยว
· แทรเวลเอเจนซี่สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
· แทรเวลเอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
· แทรเวลเอเจนซี่ช่วยแก้ไขปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
· แทรเวลเอเจนซี่รู้จักผู้ประกอบธุรกิจมากกว่า
· แทรเวลเอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า



ประเภทของแทรเวลเอเจนซี่

เมื่อประมาณ3ทศวรรษที่ผ่านมา แทรเวลเอเจนซี่จะมีลักษณะคล้ายกันคือมีขนาดเล็กและเป็นธุรกิจของครอบครัวและให้บริการที่อยู่ในทำเลใกล้เคียงโดยมักจะขายผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวหลากหลายประเภทโดยอาจสรุปได้ 4ประเภทคือ


1) แบบที่มีมาแต่เดิม ( a conventional agency)
2) แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต (online agencies)
3) แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง (specialized agencies)
4) แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก (home based agencies)


1. แบบที่มีมาแต่เดิม
แทรเวลเอเจนซี่ ประเภทนี้มักขายผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเต็มรูปแบบเช่นขายบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก บริการเช่ารถ บัตรโดยสารรถไฟ เรือสำราญ โปรแกรมทัวร์แทรเวลเอเจนซี่พวกนี้อาจแบ่งย่อยได้อีกตามลักษณะการบริหารการจัดการ
1.1 แทรเวลเอเจนซี่เป็นเครือข่าย
1.2 แทรเวลเอเจนซี่แบบแฟนไชส์
1.3 แทรเวลเอเจนซี่อาจเกี่ยวข้องกันในลักษณะของคอนซอเตียม
1.4แทรเวลเอเจนซี่แบบอิสระ

2. แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต
แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ตเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ10ปีที่ผ่านมาเอเจนซี่ประเภทนี้ประกอบธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ตและบางครั้งอาจให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์บ้าง

3. แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง
เอเจนซี่แบบอิสระ และแบบที่เป็นส่วนหนึ่งของคอนซอเตียม พบว่าอาจจะทำธุรกิจได้ดีขึ้นหากขายไปยังกลุ่มตลาดลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะทาง เช่น ตลาดนักธุรกิจ ตลาดเรือสำราญ ตลาดลูกคาระดับสูงเป็นต้น

4. แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก
ในปัจจุบันที่ธุรกิจต่าง ๆสามารถทำได้โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ประกอบการแทรเวลเอเจนซี่อาจจะปรับเปลี่ยนบ้านหรือที่พักเป็นสำนักงาน ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังสำนักงาน ละไม่ต้องใช้งบประมาณสูง


ประโยชน์ของการใช้บริการของบริษัท

1) ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ทัวร์ที่มีการวางแผนอย่างดี และจัดได้ดีจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวและชมสถานที่ท่องเที่ยวโดยใช้เวลาอย่างเหมาะสมและได้รับความสะดวกสบาย
2) ประหยัดค่าใช้จ่าย
บริษัททัวร์มีบทบาทเป็นผู้ขายส่ง โดยจะมีการซื้อสินค้าทางการท่องเที่ยวในปริมาณมาก เช่น มีการจองห้องพักและที่นั่งโดยสารเครื่องบินในปริมาณมากเพื่อมาทำโปแกรมทัวร์
3) ได้ความรู้
จากการศึกษานักท่องเที่ยวที่เดินทางกับบริษัททัวร์พบว่า นักท่องเทียวกล่าวถึงว่าได้ความรู้เป็นประเด็นสำคัญในการเดินทางกับบริษัททัวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัคคุเทศก์ที่ดีมีความสามารถถ่ายทอดความรู้ได้มากกว่าอ่านหนังสือนำเที่ยว
4) ได้เพื่อนใหม่
นักท่องเที่ยวที่ซื้อโปรแกรมทัวร์ประเภทเดียวกันมักจะมีความสนใจที่เหมือนกานและมีสถานภาพทางเศษฐกิจและสังคมในระดับใกล้เคียงกัน
5) ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย
นักท่องเที่ยวที่ซื้อโปรแกรมทัวร์ไปยังสถานที่ต่างๆที่ที่ไม่คุ้นเคยอาจจะทำให้ขาดความมั่นใจและเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย การเดินทางไปกับทัวร์จะทำให้รู้สึกสบายใจว่ามีมัคคุเทศน์คอยดูแลและรู้สึกปลอยภัย
6) ไม่มีทางเลือกอื่น
บางครั้งการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญอาจจะทำให้หาที่พักได้ยากนักท่องเที่ยวจึงหันมาซื้อโปรแกรมทัวร์เนื่องจากบริษัททัวร์มักจะมีห้องพักที่จองไว้แล้วเนื่องจากบริษัททัวร์มักจะมีการจองห้องเป็นจำนวนมาก


ประเภทของทัวร์

ทัวร์แบบเหมาจ่ายแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆได้3ประเภท
· ทัวร์แบบอิสระ(independent tour)
· ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเที่ยว(hosted tour)
· ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว(escorted tour)

1. ทัวร์แบบอิสระ(independent tour)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางทอ่งเที่ยวแบบอิสระ ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยที่พักในโรงแรม บัตรโดยสารเครื่องบิน และการบริการรถรับส่งจากสนามบินหรือรถเช่าทัวร์แบบอิสระจะทำให้นักท่องเที่ยวมีเสรีที่จะวางแผนกิจกรรมต่างๆ

2. ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเที่ยว(hosted tour)
หมายถึง โปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่ได้รับการบริการจากตัวแทนของบริษัททัวร์ ณแหล่งท่องเที่ยว ตัวแทนบริษัททัวร์จะเข้ามาพบนักท่องเที่ยวเพื่อให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน

3. ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว(escorted tour)
หมายถึงโปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่รวมบริการของมัคคุเทศก์ตลอดเส้นทางทัวร์ประเภทนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเป็นกลุ่มโดยจะมีมัคคุเทศก์ร่วมเดินทางไปด้วย ทัวร์ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก
บริษัทรับจัดการประชุม

เนื่องจากตลาดการประชุมทั้งในและนอกประเทศมีการเติบโตสูงในช่วง20ปีที่ผ่านมาจึงได้เกิดธุรกิจใหม่ที่ให้การบริการด้านการจัดการประชุมซึ่งธุรกิจนี้เป็นผู้จัดจำหน่ายที่สำคัญของธุรกิจโรงแรม

บริษัทรับจัดการประชุมมีหน้าที่ดังนี้

- เลือกสถานที่สำหรับการประชุม
- จองห้องพัก
- จองห้องประชุม และอุปกรณ์สำหรับการประชุม

- ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม
- ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด
- ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ
- ดำเนินการวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัยหรือแก้ไขวิกฤต
- บริการด้านการเดินทางและขนส่ง
- ประเมินผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง

บทที่ 6 ที่พักแรม

บทที่๖ ที่พักแรม



ความเป็นมาของธุรกิจที่พักแรมในต่างประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา ที่พักแรมเกิดจากความต้องการของนักเดินทางที่ไม่มีที่พักอาศัย ไม่สามารถไป-กลับได้ ในเวลาหนึ่งวัน รูปแบบที่พักพัฒนาตามความเจริญของเศรษฐกิจ ระบบขนส่งคมนาคมยุคแรกของที่พักแรมนั้น ให้เพื่อบริการการพักผ่อนเท่านั้น ต่อมากลายเป็น Coaching Inn ที่พักตามเส้นทางถนนและได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษ
๓ ศตวรรษที่ ๑๘ รูปแบบที่พักได้เจริญเติบโตขึ้น บริเวณสถานีปลายทางและเมืองท่า มีการออกแบบให้เป็นโรงแรมรถไฟ (Railway Hotels) ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงเมืองตากอากาศได้สะดวกมากขึ้น ที่พักแบบตากอากาศ หรือรีสอร์ท (Resort) จึงขยายตัวมากในยุโรปและอเมริกา

โรงแรม (Hotel) เป็นประเภทธุรกิจที่พักแรมในปัจจุบัน คำว่า Hotel มาจากภาษาฝรั่งเศส ดังนั้น แบบแผนการดำเนินงานการโรงแรมมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ ล้วนมีต้นแบบจากประเทศในยุโรปและอเมริกากลุ่มโรงแรมที่สำคัญ ได้แก่ Intercontinental, Holiday Inn, Marriott, Sofitel, Hilton, Conrad, Sheraton, Hyatt, Le Meridien เป็นต้น

ความเป็นมาของธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย

สมัยอยุธยา : เพื่อบริการพ่อค้า ทูต ผู้เผยแพร่ศาสนา บริเวณวัดเสาธงทองตั้งอยู่ระหว่างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี พระวิหารเดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุเหร่า ตามแผนที่ของฝรั่งเศสระบุว่า เป็นที่พักของชาวเปอร์เซียสมัยรัตนโกสินทร์ : เพื่อบริการนักเดินทางชาวตะวันตก อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชาวตะวันตกเข้ามาจำนวนมาก ในปี พ.ศ. ๒๔๐๖ ถนนเจริญกรุงตอนใต้จึงเป็นย่านที่พักของชาวตะวันตกในกรุงเทพฯยุคแรก

กิจการโรงแรมที่สำคัญในอดีตของประเทศไทย

1) โอเรียนเต็ลโฮเต็ล - สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกลาสีเรือชาวต่างชาติ เป็ยเพียงอาคารไม้ชั้นเดียว ปัจจุบัน กลายเป็นโรงแรมมาตรฐานสากลชั้นนำแห่งหนึ่ง
2) โฮเต็ลหัวหิน - หรือ โรงแรมรถไฟหัวหิน สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดให้บริการตามแบบโฮเต็ลในยุโรป ต่อมาให้เอกชนปรับปรุง และเช่าดำเนินกิจการ เป็นโรงแรมโซฟิเทลหัวหิน ปัจจุบัน กลายเป็นโรงแรมมาตรฐานสากลชั้นนำแห่งหนึ่ง
3) โฮเต็ลวังพญาไท - สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยปรับปรุงจากพระราชวังพญาไท(เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้งดงาม ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญ ตั้งอยู่บริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
4) โรงแรมรัตนโกสินทร์ - สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดล บนถนนราชดำเนินกลางใกล้สะพานผ่านพิภาพลีลา ใช้รับรองแขกเมืองสำคัญ และเป็นที่ชุมนุมของชาวสังคมยุคนั้น ต่อมาให้เอกชนเช่าดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น โรงแรมรอยัล ปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่กลุ่มโรงแรมภายในประเทศไทยที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มดุสิตธานี, เซ็นทรัล, อมารี, อิมพีเรียล

พระราชบัญญัติโรงแรม ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ระบุว่า "โรงแรม" คือ สถานที่ที่พัก จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทางธุรกิจ ให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง โดยมีค่าตอบแทนและไม่คิดเป็นรายเดือน

ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม

1. ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ำพัก
2. ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก
3. ความสะดวกสบายจากบริการสิ่งอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของผู้พัก
4. ความเป็นส่วนตัว
5. บรรยากาศตกแต่งสวยงาม
6. ภาพลักษณ์ของกิจการ และอื่นๆ

ประเภทที่พักแรมแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

1) โรงแรม เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม มีดังต่อไปนี้
- ด้านที่ตั้ง : เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จเชิงธุรกิจ
- ด้านขนาด : พิจารณาจากจำนวนห้องพักแรม
- ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก : พิจารณาจากกลุ่มผู้พักส่วนใหญ่ว่มีจุดประสงค์ใด ซึ่งจะส่งต่อกิจกรรมบริการ
- ด้านราคา : พิจารณาจากอัตาห้องพัก โดยเปรียบเทียบระดับราคาเฉลี่ยของกิจการภายในเขตพื้นที่ หรือประเทศ
- ด้านระดับการบริการ : พิจารณาจากความครบครันในการบริการ
- ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์ : ระดับดาวในแต่บะโรงแรม (1 - 5 ดาว)
- ด้านความเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร : แบ่ง ๒ กลุ่ม คือ โรงแรมอิสระ และโรงแรมจัดการแบบกลุ่ม 2) ที่พักนักท่องเที่ยว
- บ้านพักเยาวชน : เป็นที่พักราคาประหยัด เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางท่องเที่ยว
- ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด : โดยเจ้าของบ้านแบ่งห้องพักว่างให้เช่าและจัดอาหารเช้าไว้บริการ
- ที่พักริมทางหลวง : โมเต็ล (Motel) เป็นที่พักขนาดเล็กตั้งอยู่ริมทางหลวงสายหลัก
- ที่พักแบบจัดสรรเวลาพัก : คล้ายโรงแรม เป็นธุรกิจที่เติบโตและได้รับความนิยมในอเมริกา
- เกสต์เฮ้าส์ : เป็นที่พักขนาดเล็ก ราคาประหยัด มักตั้งอยู่ในชุมชน
- อาคารชุดบริการที่พักระยะยาว หรือ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ : เป็นที่พักบริการห้องชุดสำหรับผู้พักระยะยาวเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปี เน้นบริการคล้ายโรงแรม
- ที่พักกลางแจ้ง : เป็นที่พักแบบประหยัดที่สุดในประเทศตะวันตก จัดพื้นที่กลางแจ้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมใกล้ชิดธรรมชาติ
- โฮมสเตย์ : เป็นที่พักพร้อมกิจกรรมการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะพักรวมกับเจ้าของบ้าน

แผนกงานในโรงแรมแบ่งเป็นแผนกงานสำคัญ ดังนี้

1. แผนกงานส่วนหน้า เป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างโรงแรมและแขกผู้พัก
2. แผนกงานแม่บ้าน การจัดเตรียมห้องพักแขก ทำความสะอาดในพื้นที่ต่างๆ ซีกรีด จัดดอกไม้
3. แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รับผิดชอบเรื่องอาหารและการบริการอาหาร เครื่องดื่ม
4. แผนกขายและการตลาด รับผิดชอบวางแผนตลาดเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
5. แผนกบัญชีและการเงิน ดูแลจัดทำบัญชีและควบคุมการเงินของโรงแรม
6. แผนกทรัพยากรมนุษย์ ในบางกิจการขนาดเล็ก จะเป็นแผนกบุคคล

ประเภทห้องพัก

- Single Room ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว ในต่างประเทศ จะเป็นห้องพักเตียงเดี่ยว



ภาพ Single Room



- Twin Room ห้องพักเตียงคู่แฝด ประกอบเตียงเดี่ยว ๒ เตียง ตั้งเป็นคู่วางแยกกัน

โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด เชียงใหม่ - Superior - Twin Room


ภาพ Twin Room

- Double Room ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ สำหรับนอนได้ ๒ คน บางครั้งให้บริการแก่ผู้พักที่มาคนเดียว เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด เชียงใหม่ - Superior - Double Room


ภาพ Double Room

- Suite Room ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ ๒ ห้องขึ้นไปโดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่น ในโรงแรมมาตรฐานชั้นดีตามแบบสากลมักมีห้องชุดที่ตกแต่งสวยงาม บริการในอัตราราคาสูงกอบเตียงเดี่ยว ๒ เตียง ตั้งเป็นคู่วางแยกกัน




ภาพ Suite Room



บทที่ 5 การคมนาคมขนส่ง

บทที่ 5 การคมนาคมขนส่ง

การคมนาคม (Transportations) คือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้าย คน สัตว์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ตกลงกันไว้

การคมนาคม ประกอบด้วย
1) เส้นทาง (Way) แบ่งเป็น
- เส้นทางธรรมชาติ
- เส้นทางธรรมชาติปรับปรุง
- เส้นทางที่มนุษย์สร้างขึ้น

2) สถานี (Terminal) คือ สถานที่ให้บริการแก่ยานพาหนะ ตามความต้องการเฉพาะด้าน

ประเภทของธุรกิจการคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1. ธุรกิจการขนส่งทางบกเกิดจากการใช้แรงงานคนในการลากเกวียน ต่อมาเปลี่ยนเป็นใช้แรงงานสัตว์ แล้วจึงเกิดการประดิษฐ์รถม้าขึ้นในปี ค.ศ. ๑๔๘๐ ที่ประเทศอังกฤษ

ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๒๐ ได้ประดิษฐ์รถยนต์ขึ้น จึงเกิดการทำเส้นทาง และยุคของเครื่องจักรไอน้ำ ในปี ค.ศ. ๑๘๒๕ เกิดการประดิษฐ์รถไฟขึ้น
ในประเทศไทย เริ่มมีรถลากเกวียนในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รถไฟ : จะเป็นที่นิยมมาก ในยุโรป เช่น รถไฟ TGV ประเทศฝรั่งเศส , รถไฟ Eurostar รัฐบาลฝรั่งเศสและอังกฤษ , รถไฟ X2000 Metroliner ประเทสสวีเดน , เอเชีย เช่น รถไฟ Shinkansen ประเทศญี่ปุ่น



รถยนต์ส่วนบุคคล : นิยมมากเนื่องจาก ประหยัดถ้าโดยสารได้หลายคน สะดวก รวดเร็ว คล่องตัว
Nissan TIIDA Hatchback ไมเนอร์เชนจ์



รถเช่า : ที่ประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมริกา นิยมเช่าเพื่อการเจรจาธุรกิจและท่องเที่ยว

รถตู้เพื่อนันทนาการ : นิยมมากในทวีปอเมริกาและยุโรป เพราะรถตู้ได้ถูกออกแบบคล้ายบ้าน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง

รถโดยสาร : เนื่องจากมีราคาที่ประหยัด ทำให้ผู้โดยสารนิยมใช้บริการ ยกเว้นในยุโรป




2. ธุรกิจการขนส่งทางน้ำเกิดจากการใช้ท่อนไม้มาต่อเป็นแพ และต่อมาก็ได้นำต้นไม้ทั้งต้นมาขุด เป็นลำเรือโดยมีรูปร่างคล้ายตะกร้าลอยน้ำ หลังจากนั้น ได้มีการพัฒนา นำหนังสัตว์มาขึงโครงไม้ทำเป็นเรือ เรียกว่า เรือหนังสัตว์

ในปี ค.ศ. ๑๗๗๒ ประเทศอังกฤษ มีการขนส่งผู้โดยสารทางเรือขึ้น โดยมีห้องสำหรับดื่มกาแฟไว้บริการ หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. ๑๘๑๕ ได้มีบริการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญชื่อว่า เรือซีลอน วิ่งในเส้นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเมืองท่า ในอิตาลี กรีซ อียิปต์ และอาฟริกาตะวันตกต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๐๐ ก็มีการต่อเรือสำราญที่สมบรูณ์แบบ ชื่อว่า Princesses Victoria Louis ซึ่งเป็นที่มาของเรือยอดซ์ เรือสำราญที่มีราคาแพงกระทั่งในปี ค.ศ. ๑๘๑๙ มีเรือที่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรได้เป็นครั้งแรก คือ เรือกลไฟ Savannah แล่นระหว่างเมือง Savannah รัฐจอเจีย กับเมือง Liverpool ประเทศอังกฤษในประเทศไทย การขนส่งทางน้ำเริ่มจากการใช้เรือทำการประมง และขนส่งสินค้าภายในประเทศ ต่อมาการค้าขยาย ก็ได้รับรูปแบบวิธีการต่อและเดินเรือมาจากประเทศจีน

เรือเดินทะเล : จะให้บริการเฉพาะเมืองท่าที่สำคัญ เช่น เรือควีนอลิซาเบธที่ ๒ ให้บริการระหว่างเมืองเซาท์แฮมตัน ประเทศอังกฤษ กับนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา

เรือสำราญ : คล้ายโรงแรมลอยน้ำ ให้ความสะดวกสบาย หรูหรา มีบริการห้องพัก ห้องประชุม



เรือสำราญรูบี้ ปรินเซส

เรือข้ามฟาก : ใช้สำหรับเดินทางในระยะสั้นๆ

เรือใบและเรือยอร์ช : เป็นเรือขนา่ดเล็ก-กลาง เคลื่อนที่โดยลมปะทะกับใบเรือ หรือแล่นโดยเครื่อยนต์

เรือบรรทุกสินค้า : เป็นเรือที่ส่งสินค้าและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ไม่เร่งรีบ มีห้องพักเหมือนเรือสำราญ แต่ราคาถูกกว่า รับผู้โดยสารได้ประมาณ ๑๒ คน

3. ธุรกิจการขนส่งทางอากาศเกิดขึ้นครั้งแรก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปี ค.ศ. ๑๙๐๓ พี่้น้องตระกลูWrightได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องบิน และออกบินทางด้านธุรกิจครั้งแรก ในปี ค.ศ. ๑๙๑๙ ระหว่างเมืองLondonและเมืองParis
แต่เกิดการขนส่งผู้โดยสารครั้งแรก ในปี ค.ศ. ๑๙๒๗ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบินระหว่างเมืองBostonและเมืองNewYork จนกระทั่งในปี ค.ศ. ๑๙๓๕ ได้เริ่มจ้างพนักงานบนเครื่องบินขึ้นการบินเที่ยวบินประจำ : แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ๑) เที่ยวบินประจำภายในประเทศ๒) เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศการบินเที่ยวบินไม่ประจำ : เป็นการบินเสริมนอกตาราง สามารถรับ-ส่ง ผู้โดยสารทั่วไปได้ นิยมมากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวการบินเที่ยวบินเช่าเหมาลำ : เป็นการบินให้บริการแก่องค์กร กลุ่มนักท่องเที่ยว

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยว มีคำจำกัดความ 3 คำได้แก่
1.ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม
2.จุดหมายปลายทาง หมายถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง อาจเป็นหลายๆสถานที่ต่อการเดินทางครั้งหนึ่ง
3.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว หมายถึงสถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้คนเข้าไปเยี่ยมชม

สรุปความหมาย คือ สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปมาท่องเที่ยวหรือประกอบกิจกกรมเพื่อตอบสนองต่อจุดประสงค์ด้านความพึงพอใจ

ประเภทของแหล่งท่องเที่ยวขอบเขต อาจแบ่งได้ 2 ประเภทตามขอบเขตได้แก่

1.จุดมุ่งหมายหลัก สถานที่ที่นักท่องเที่ยวมุ่งตรงไปยังที่ๆนั้น
2.จุดมุ่งหมายรอง สถานที่แวะพักระหว่างเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายหลักความเป็นเจ้าของ เช่นรัฐบาล,องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร,เอกชนความคงทนถาวร แบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยว หรือกิจกรรมต่างๆเช่นวันสงกรานต์มีระยะเวลา 12-14เมษายน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

1.แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งด้านชีวภาพและกายภาพ ไม่มีต้นทุนทางการผลิตแต่มีต้นทุนในการดูแลรักษา
2.แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ รวมทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไปเช่นโบราณสถาน ซึ่งแบ่งได้ 7 ประเภทคือ
2.1 โบราณสถานสัญลักษณ์แห่งชาติ มีความสำคัญสูงสุด เช่นพระบรมมหาราชวัง
2.2 อนุสาวรีย์แห่งชาติ สร้างเพื่อบุคคลหรือเหตุการณ์เรื่องราวที่สำคัญ
2.3 อาคารสถาปัตยกรรมแห่งชาติ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม
2.4 ย่านประวัติศาสตร์ คือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นทางสถาปัตยกรรม
2.5 อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา สุโขทัย
2.6 นครประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น จังหวัดอยุธยา
2.7 ซากโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์แห่งชาติ เช่น เวียงกุมกาม
3.แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น พัฒนามาจากวัฒนธรรมประเพณี การดำรงชีวิตของผู้คน วัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น จึงจะสามารถพัฒนาให้เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวได้

ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดให้เป็นมรดกโลก 5 แห่งคือ

1.ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ.2534
2.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในปี พ.ศ.2534
3.อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ในปี พ.ศ.2534
4.แหล่งขุดค้นโบราณคดีบ้านเชียง ในปี 2535
5.ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปี พ.ศ.2548


บทที่3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางท่องเที่ยว

บทที่3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางท่องเที่ยว

แรงจูงใจ

รงจูงใจของนักท่องเที่ยว หมายถึง เครือข่ายทั้งหมดที่กำหนดพฤติกรรมการท่องเที่ยว เป็นแนวคิดทางด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยา- พลังทางด้านจิตวิทยา คือ ความต้องการทำสิ่งต่างๆ เช่น อยากว่ายน้ำ อยากปีนเขา- พลังทางด้านสังคมวิทยา คือ ความอยากมีหน้ามีตาในสังคม อยากทันสมัย อยากดูมีระดับ
ทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

1. ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น(Hierarchy Of Needs)ของ Abraham Maslow- Maslow ได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการไม่สิ้นสุด ความต้องการที่เป็นตัวกระตุ้นแบ่งออกเป็น ๕ ขั้น
ขั้นที่ 1 ความต้องการทางด้านสรีรวิทยา
ขั้นที่ 2 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต
ขั้นที่ 3 ความต้องการทางด้านสังคม
ขั้นที่ 4 ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียง
ขั้นที่ 5 ความต้องการทางด้านความสำเร็จของตนเอง ซึ่งเป็นความต้องการสูงสุดแต่ไม่ทุกคนที่จะทำสำเร็จ
2. ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง(Travel Career Ladder)ของLundberg- Lundberg ได้กล่าวว่า
การท่องเที่ยวเกิดจากความต้องการขั้นสูงสุดเพื่อตอบสนอง

- ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง
- ความต้องการพัฒนาบุคลิกภาพ
- ความต้องการทำสิ่งที่้ท้าทาย
- ความต้องการเห็นสิ่งที่แปลกใหม่

แรงจูงใจวาระซ้อนเร้น (Hidden Agenda)ของCromptonมี ๗ ปนระเภท ดังต่อไปนี้
1. การหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
2. การสำรวจและการประเมิตนเอง
3. การพักผ่อน
4. ความต้องการเกียรติภูมิ
5. ความต้องการที่จะถอยกลับไปสู่สภาพดั้งเดิม
6. การกระชับความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
7. การเสริมสร้างการสังสรรค์ทางสังคม

แรงจูงใจทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swoarbrokeมี ๖ ประเภท ดังต่อไปนี้
1. แรงจูงใจทางด้านสรีระ หรือ ทางกายภาพ
2. แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3. การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความรู้สึกบางอย่าง
4. การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานภาพ
5. แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6. แรงจูงใจส่วนบุคคลแนวโน้มของ

แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวPearce, Morrison และ Rutledge (๑๙๙๘) ได้่นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวไว้ ๑๐ประการ ดังต่อไปนี้
1. แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อม
2. แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3. แรงจูงใจที่จะ่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4. แรงจูงใจที่เสริมสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว
5. แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่สบาย
6. แรงจูงใจที่ได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7. แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8. แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9. แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับและสถานภาพทางสังคม
10. แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตนเอง

โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
1. ระบบไฟฟ้า
2. ระบบประปา
3. ระบบการสื่อสารโทรคมนาคม
4. ระบบการขนส่ง
4.1 ระบบการเดินทางทางอากาศ
4.2 ระบบการเดินทางทางบก
4.3 ระบบการเดินทางทางน้ำ
5. ระบบสาธารณสุข

ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
1. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
1.1 ลักษณะภูมิประเทศ จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกซึ่งมีได้ ๒ ลักษณะ คือ
1) การเปลี่ยนแปลงภายในเปลือกโลก เช่น ภูเขา ภูเขาไฟ ที่เกิดจากการดันตัวของ ความร้อนใต้ผิวโลก
2) การเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวโลก เช่น เนินทราย (Sand Dune) ในทะเลทรายเกิดจากลมพัดทรายมากองรวมกันเป็นเนิน
1.2 ลักษณะภูมิอากาศ สภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จะทำให้เกิดสภาพภูมิประเทศที่สวยงามต่างกัน และดึงดูดนักท่องเทียวต่างถิ่นเข้ามาท่องเที่ยวสถานที่นั้นๆได้มากขึ้น

2. ปัจจัยทางวัฒนธรรมคือ วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมและหลักเกณฑ์การดำเนินชีวิต ซึ่งมีการสืบทอดปฏิบัติต่อกันมา อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ในแต่ละชาติจะมีวัฒธรรมที่แตกต่างกัน การท่องเที่ยวโดยอาศัยปัจจัยทางวัฒนธรรม จะก่อให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆและเกิดการแลกเปลี่ยน นำไปสู่การเกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ ทั้งดีหรือไม่เกิดขึ้น

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทที่2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่2

ในสมัยอาณาจักรโรมันการท่องเที่ยวมีทั้งการท่องเที่ยวภายในและภายนอกประเทศ แต่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศนั้นเป็นการท่อเที่ยวที่ไร้พรมแดนเพราะไม่มี อาณาเขตแบ่งแยกดินแดนว่าเป็นดินแดนของอังกฤษ หรือซีเรีย อย่างในปัจจุบัน เพราะอาณาจักรโรมันครอบคลุมไปถึงหมด ทุกแห่งใช้เงินตราของโรมัน ท้องทะเลปลอดจากพวกโจรสลัด เพราะมีการลาดตระเวนของทหารโรมัน


การท่องเที่ยวในยุคกลาง

ยุคกลางคือช่วงที่อยู่ระหว่าง คศ.500-1500 หรือเป็นช่วงที่ต่อจากการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ก่อนจะเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เรียกอีกอย่างว่า ยุคมืด ถนนถูกปล่อยให้ทรุดโทรมเศรษฐกิจตกต่ำแต่ศาสนจักรโรมันคาทอลิคยังเป็นศูนย์ รวมของสังคมและอำนาจการเดินทางมีความลำบากมากขึ้นและอันตรายมากขึ้น
คนชั้นสูงและคนชั้นกลางนิยมเดินทางเพื่อการแสวงบุญ เป็นการเดินทางที่ไกลขึ้นสำหรับผู้ที่เคร่งศาสนา ปัญหาที่นักเดินทางในยุคกลางต้องเผชิญคือ โจรผู้ร้ายที่คอยดักปล้นนักเดินทาง มัคคุเทศน์ในสมัยนั้นจึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทาและเป็นผู้ปกป้องนักเดิน ทางด้วย


การพัฒนาการคมนาคมทางถนนในคริสตศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษที่ 19

ช่วงก่อนศควรรษที่ 16 คนที่ต้องการเดินทามีวิธีที่จะทำได้ 3 วิธี คือ การเดินเท้า การขี่ม้า ใช้เสลี่ยงโดยมีคนรับใช้เป็นผู้แบก การเดินทางก็มักจะไม่ปลอดภัยจากพวกโจรผู้ร้ายที่คอยดักปล้นนักเดินทางตามทาง ดังนั้นคนที่เดินทางในสมัยนั้นจึงเป็นพวกชนชั้นปกครองหรือคนในราชสำนัก และพวกคนร่ำรวยที่มีบ้านหลังที่สองในชนบทเท่านั้นที่จะเดินทางเพื่อความสนุก เพลิดเพลินจนล่วงถึงศตวรรษที่18
ศตวรรษที่18 ประมาณ คศ.1815 ถนนในยุโรปมีการพัฒนาดีขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการค้นพบประโยชน์ของยาง มะตอย มีการพัฒนารถโดยสารสาธารณะ เรียกว่า Charabanc เป็นครั้งแรกในปี คศ.1832


กำเนิดยุคสถานที่ตากอากาศชายทะเล

การอาบน้ำทะเลเพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งต่สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เป็นต้นมา เมือง Scarborugh เป็นเมือแรกที่คนนิยมไปบบัดโรคด้วยน้ำทะเล และตามมาด้วยเมือง Brighton 2เมืองนี้เริ่มต้นในราวทศวรรษที่ 1730


การท่องเที่ยวหลังสงครามโลกครั้งที่2

การยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี คศ.1945 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องรูปแบบของการเดินทางครั้งสำคัญ คือ การเดินทางระยะไกลด้วยเครื่องบิน เที่ยวบินแรกเป็นการบินข้ามมหาสมุทรอตลนติคระหว่างนิวยอร์คกับเมือง ปอร์ธสมัธ เนื่องจากใช้เวลาการบินนานระยะรกจึงไม่ค่อยนิยม
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการบินได้เกิดขึ้นในปี คศ.1970 มีการเปิดตัวเครื่องบินเจท การจัดทัวร์เหมาได้เริ่มตั้งต่ทศวรรษที่ 1920 โดยการิเริ่มของ Thomas Cook